คลิปวีดีโอแบ่งปันประสบการ์ผู้ใช้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่แต่ละบุคคล

❤️ จากตำนานลุ่มน้ำอะเมซอน สู่งานวิจัยที่มีการตีพิมพ์ผลงานในระดับนานาชาติของนักวิทยาศาสตร์ไทยมหาวิทยาลัยขอนแก่น

และ วันนี้ น้ำผลเนื้อมะม่วงหิมพานตาสูตรสกัดเข้มข้น 100%พร้อมส่งต่อคุณค่าสู่ผู้บริโภคแล้ว

⁉️อะไรจะได้คุณประโยชน์มากมายขนาดนี้😲
ต้องรีบจัดมาทานโดยด่วน!!
cashewy(แคชชูวี่)ไอยราแพลนเน็ต
🎉🎉เปิดตัววันนี้อย่างเป็นทางการ🎁
1 เดียวในโลก MOU มีหนึ่งเดียวในไอยรา 10ปี”งานวิจัยคนไทย ที่ไปไกลถึงระดับนานาชาติ”
ผลงานวิจัยจากนักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น

❤️ ผลงานวิจัยแคชชูวี่ ที่มีการตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ
โดย รศ.ดร.จินตนาภรณ์ วัฒนาธร

คุณประโยชน์ 5  ดี

ดีต่อสมองมีความสุขความจำดี

ดีต่อกล้ามเนื่อ มีพลัง อึด ทนทาน

ดีต่อหัวใจแข็งแรง

ดีต่อการหายใจ

ดีผ่อนคลายหลับลึก ดูอ่อนเยาว์

cashewyแคชชูวี่

มะม่วงหิมพานต์

มะม่วงหิมพานต์ ชื่อสามัญ Cashew, Cashew nut (แคชชูนัท)

มะม่วงหิมพานต์ ชื่อวิทยาศาสตร์ Anacardium occidentale L. จัดอยู่ในวงศ์มะม่วง (ANACARDIACEAE)

สมุนไพรมะม่วงหิมพานต์ มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า มะม่วงสิโห (เชียงใหม่), มะโห (แม่ฮ่องสอน), มะม่วงกาสอ (อุตรดิตถ์), มะม่วงเล็ดล่อ มะม่วงยางหุบ (ระนอง), กายี (ตรัง), ส้มม่วงทูนหน่วย มะม่วงทูนหน่วย (สุราษฎร์ธานี), กะแตแก (นราธิวาส), นายอ (ยะละ), ยาโงย ยาร่วง (ปัตตานี), มะม่วงหิมพานต์ มะม่วงไม่รู้หาว (ภาคกลาง), มะม่วงกุลา มะม่วงลังกา มะม่วงหยอด มะม่วงสินหน (ภาคเหนือ), กาหยู กาหยี ม่วงเม็ดล่อ ม่วงเล็ดล่อ หัวครก ท้ายล่อ ตำหนาว ส้มม่วงชูหน่วย (ภาคใต้) เป็นต้น

  • ผลมะม่วงหิมพานต์ มีลักษณะคล้ายผลชมพู่หรือลูกแพร์ ผลเป็นพวงห้อยลงมา ขนาดผลยาวประมาณ 5-8 เซนติเมตร เนื้อผลฉ่ำน้ำมีกลิ่นหอม ผลอ่อนมีสีเขียวหรือเหลืองอมชมพู แต่เมื่อผลสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือสีส้มแดง ที่ปลายผลมีเมล็ดอยู่ 1 เมล็ด มีลักษณะคล้ายรูปไต เปลือกนอกแข็งและยาวประมาณ 2-4 เซนติเมตร มีน้ำตาลอมเทา
    1. แพทย์ในอินเดียใช้เมล็ดเลี้ยงเด็กทารกที่อายุเกิน 6 ขวบ เพื่อช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตได้เร็วและแข็งแรง
    2. เม็ดมะม่วงหิมพานต์อุดมไปด้วยธาตุทองแดง จึงช่วยบำรุงเส้นผมและผิวหนังได้เป็นอย่างดี
    3. สรรพคุณเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
    4. เม็ดมะม่วงหิมพานต์มีสรรพคุณช่วยป้องกันโรคมะเร็ง ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้
    5. เม็ดมะม่วงหิมพานต์มีธาตุแมกนีเซียมในปริมาณมาก จึงช่วยบำรุงสุขภาพเหงือก สุขภาพฟันและกระดูกให้แข็งแรง ป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุนในผู้สูงอายุได้
    6. การรับประทานเม็ดมะม่วงหิมพานต์เป็นประจำจะช่วยป้องกันโรคจอประสาทตาเสื่อมได้
    7. การวิจัยในบราซิลและอินเดียพบว่าสารสกัดจากเปลือกต้นและสารสกัดจากส่วนเหนือดินของต้น สามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้
    8. เมล็ดมีกรดไลโนเลอิก (Linoleic acid) ซึ่งช่วยป้องกันโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด ป้องกันโรคหัวใจและโรคเกี่ยวกับทรวงอกได้
    9. แมกนีเซียมจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์สามารถช่วยลดความดันโลหิตได้
    10. เมล็ดมีกรดไขมันอิ่มตัวในปริมาณมาก จึงช่วยในการป้องกันโรคไขมันตับและไม่ให้สะสมในร่างกายมากจนเกินไป จึงไม่ทำให้อ้วน

      สรรพคุณของมะม่วงหิมพานต์/น้ำมะม่วงหิมพานต์

      1. เม็ดมะม่วงหิมพานต์มีแมกนีเซียมสูง โดยแร่ธาตุชนิดจะช่วยในการทำงานของหัวใจ มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นพลังงาน ช่วยป้องอาการหมดเรี่ยวแรงได้เป็นอย่างดี
      2. ช่วยรักษาโรคฟันผุ บรรเทาอาการเสียวฟันหรือปวดฟันได้ เนื่องจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์มีกรดอนาร์ดิกที่มีคุณสมบัติช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุของโรคฟันผุได้ แต่อย่างไรก็ดีการแปรงฟันก็ยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุด เนื่องจากกรดชนิดนี้จะออกฤทธิ์เพียงแค่ 15 นาทีเท่านั้น (ชาร์ลส์ เวเบอร์ นักวิทยาศาสตร์จากนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา)
      3. กรดอนาร์ดิกในเม็ดมะม่วงหิมพานต์สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับโรคอื่น ๆ ได้ เช่น วัณโรค โรคเรื้อน กำจัดเชื้อโรคที่พบในสิว เป็นต้น (ชาร์ลส์ เวเบอร์ นักวิทยาศาสตร์จากนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา)
      4. ชาวโบลีเวียเชื่อว่าน้ำจากผลสามารถช่วยกระตุ้นสมองแล้วทำให้มีความจำดีขึ้น (ผล)
      5. ช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดจากโรคประสาทพิการและช่วยแก้โรคปวดตามข้อได้ (ผล)
      6. มะม่วงหิมพานต์มีสรรพคุณช่วยลดไข้ (ผล, ใบ)
      7. ช่วยแก้อาการเลือดออกตามไรฟัน (ยางจากต้น)
      8. ช่วยแก้อาการปวดฟัน ใช้กลั้วคอล้างปาก (เปลือกต้น)
      9. ใบสดนำมาเผาไฟแล้วสูดดมควันจะช่วยรักษาและบรรเทาอาการไอ อาการเจ็บคอได้ (ใบสด)
      10. ช่วยแก้อาเจียน รักษาแผลในช่องปาก (น้ำจากผล)
      11. ช่วยในการขับเหงื่อ (น้ำจากผล)
      12. เมล็ดนำมาคั่วโรยเกลือรับประทานเป็นยาแก้อาการบวมน้ำได้ (เมล็ดคั่ว)
      13. การรับประทานเม็ดมะม่วงหิมพานต์จะช่วยในการย่อยอาหารได้เป็นอย่างดี (เมล็ด)
      14. รากมะม่วงหิมพานต์มีสรรพคุณช่วยแก้ท้องร่วงและเป็นยาฝาดสมาน (ราก)
      15. ช่วยบรรเทาอาการท้องร่วง (ยอด, ใบ)
      16. ในบราซิลนิยมนำผลมาทำเป็นไวน์ เพราะเชื่อว่ามันสามารถช่วยรักษาโรคบิดเรื้อรังได้ (ผล)
      17. ใบยอดอ่อนมีสรรพคุณช่วยสมานแผลในลำไส้ ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร และบรรเทาอาการของโรคท้องร่วงได้ (ใบ)
      18. น้ำคั้นจากผลใช้ดื่มเป็นยาขับปัสสาวะได้ (ดร.วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม) (น้ำคั้นจากผล, เมล็ดคั่ว)
      19. การรับประทานเม็ดมะม่วงหิมพานต์จะช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคนิ่วได้ (เมล็ด)
      20. ช่วยบรรเทาอาการของโรคริดสีดวงได้ (ใบ)
      21. ช่วยต้านกามโรค (น้ำจากผล)
      22. ใช้รักษาโรคผิวหนังพุพองและกามโรคเข้าข้อได้ (เปลือกต้น)
      23. ใช้เป็นยาแก้ปวดเนื่องจากรำมะนาด (เปลือกต้น)
      24. ใช้เป็นยารักษาหูด ด้วยการใช้ยางจากผลสดที่ยังไม่สุก 1 ผล ที่เด็ดออกมาใหม่ ๆ แล้วใช้ยางทาตรงบริเวณที่เป็นหูด ทาเป็นประจำจนกว่าจะหาย (ยางจากผลสด, ยางจากต้น)
      25. ช่วยทำลายตาปลา ช่วยกัดทำลายเนื้อด้านที่เป็นปุ่มโตหรือโรคเท้าแตกได้ ด้วยการใช้ยางจากต้นสดทาบริเวณที่เป็นตาปลาหรือเนื้อด้านบ่อย ๆ จนกว่าจะหาย (ยางจากต้น)
      26. เมล็ดใช้ผสมเป็นยารับประทาน ช่วยแก้โรคผิวหนัง กลากเกลื้อน โรคเรื้อน ทำให้หนังชา (เมล็ด, น้ำมันจากเมล็ด)
      27. น้ำมันสกัดจากเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ สรรพคุณใช้เป็นพิษต้านเชื้อจุลินทรีย์ โดยเฉพาะเชื้อหนองชนิด Staphylococus (การสูดดมน้ำมันชนิดนี้อาจทำให้เกิดการระคายเคือง มีพิษรุนแรง และควรระวังเมื่อต้องใช้กับเด็ก)
      28. ช่วยรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ด้วยการใช้ใบแก่นำมาบดใส่บริเวณที่เป็นแผล (ใบแก่)